ตัวอย่างการคำนวณ ROI เครื่องพันพาเลท Robopac

เพื่อให้เห็นภาพต้นทุนจริง สมมติใช้สเปกฟิล์มดังนี้

สเปกฟิล์ม

  • ฟิล์มนาโน 17 micron
  • ความยาว 1,800 เมตร
  • หน้ากว้าง 50 cm
  • ราคา 1,400 บาท / ม้วน
  • ระบบ Pre-Stretch 300%

ปริมาณการใช้งาน

  • แพ็คสินค้า 200 พาเลท / วัน
  • ทำงาน 26 วัน / เดือน

รวม 5,200 พาเลท / เดือน

1. ต้นทุนฟิล์มแบบพันมือ

การพันมือโดยทั่วไปใช้ฟิล์มประมาณ 20 เมตร / พาเลท

ดังนั้น

5,200 พาเลท × 20 เมตร
= 104,000 เมตร / เดือน

ฟิล์ม 1 ม้วน ยาว 1,800 เมตร

104,000 ÷ 1,800
58 ม้วน / เดือน

ต้นทุนฟิล์ม

58 × 1,400 บาท
= 81,200 บาท / เดือน

2. ต้นทุนฟิล์มเมื่อใช้ Robopac

Robopac มีระบบ Pre-Stretch 300%
ทำให้ฟิล์มถูกยืดก่อนพันสินค้า

ดังนั้นฟิล์มจริงที่ใช้

104,000 ÷ 3
= 34,667 เมตร

34,667 ÷ 1,800
19 ม้วน / เดือน

ต้นทุนฟิล์ม

19 × 1,400
= 26,600 บาท / เดือน

3. ฟิล์มที่ประหยัดได้

ต้นทุนพันมือ
81,200 บาท

ต้นทุนเมื่อใช้ Robopac
26,600 บาท

ประหยัดค่า Stretch Film

≈ 54,600 บาท / เดือน

4. ประหยัดค่าแรง

โดยทั่วไปเครื่องพันพาเลทสามารถลดแรงงานได้ประมาณ 1 คน

สมมติค่าแรงเฉลี่ย

18,000 บาท / เดือน

ดังนั้นประหยัดรวม

54,600 + 18,000
= 72,600 บาท / เดือน

5. ระยะเวลาคืนทุน

สมมติราคาเครื่อง

500,000 บาท

500,000 ÷ 72,600
6.9 เดือน

หรือประมาณ 7 เดือน

สรุปว่า

โรงงานที่แพ็ค 200 พาเลทต่อวัน

เมื่อใช้ Robopac Robot จะประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 72,600 บาท / เดือน

ดังนั้นเครื่องราคา 500,000 บาท
จะคืนทุนประมาณ 7 เดือน

หลังจากนั้นคือ กำไรจากการประหยัดฟิล์มและค่าแรง